▄▀║ђüŋεÿ║▀▄ 的个人资料-=[Du`raHun]=-照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
2月27日 Eternal SummerDirector: Leste Chen Eternal Summer เล่าเรื่องราวการเติบโตของกลุ่มเพื่อน 3 คน http://aqui94.exteen.com/20070417/eternal-summer-nobody-wishes-to-be-lonely ขอบอกว่าตอนดูจบรู้สึกมันหวิว ๆ ในใจมาก... เพราะคำพูดที่บอกว่านายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน หนังจบอารมณ์คนดูไม่จบเลยรีบเซิร์ทหาใหญ่เลย ปรากฎว่าไปเจอดีลีทซีน โอ้แม่เจ้า!! ฉากที่โจนาธานโดนรวบหัวรวบหางนั้น!! ก่อนหน้านั้นมันมีเหตุการณ์ที่ไขปริศนาทุกอย่างเกิดขึ้น!! พอนำมารวมกันแล้ว ก็รู้ได้เลยว่าเรื่องราวที่แท้จริงนั้นมัน Happy Ending !! ยิ้มออกเลยค่ะ! หลังจากนั่งซึมไปชั่วขณะนึง ขอบอกเลยว่าผู้กำกับเจ๋งมาก เพราะตัดฉากนี้ออกไป จึงทำให้สามารถตีความได้หลายแบบ.. และทำให้เรานั่งซึม เสียดายมากที่มารู้จักหนังเรื่องนี้หลังจากหมดกระแสไปแล้ว 555+ แต่ขอบอกว่าคนที่ยังไม่ได้ดู พลาดไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ ^^ มีคนช่วยการันตีจากการดูคัทซีนนี้ด้วย!!
>>สปอยนะ เป็นการวิเคราะห์ตามมุมมองและความสามารถในการดูหนังอันน้อยนิดที่มี~~ ส่วนตัวเราคิดว่าตอนจบ พระเอก(โย่วเหิง)เลือกนายเอก(เจิ้งฉิง) ตามที่เคยตอบไว้ในลิงค์ตาม #2 ที่คุณด้วยรักและปลาทูเอามาลง พอคิดถึงหลายๆเหตุการณ์ เราว่าหนังแอบบอกไว้หลายตอนนะว่าโย่วเหิงก็รักเจิ้งฉิงมาตลอด ทั้งหึง ทั้งงอน ทั้งง้อ อยากอยู่ใกล้ๆ ต้องเจอกันทุกวัน ห่างกันไม่ได้ คือจะดูว่าเป็นการกระทำแบบเพื่อนรักก็ได้ แต่คิดๆไปขนาดนี้มันก็เกินเพื่อนอยู่นะ >.< เรื่องที่ว่าแคร์เจิ้งฉิงมากกว่านางเอก(ฮุ่ยเจีย) ก็ใช่ แล้วก็จะมีคลิป Delete Scene ฉากนึงที่โย่วเหิงมาเจอเจิ้งฉิงกับฮุ่ยเจียกอดกัน แถมเจิ้งฉิงใส่ผ้าขนหนูผืนเดียวเพราะเพิ่งออกจากห้องน้ำตอนฮุ่ยเจียมา เลยเข้าใจผิด แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเลย เหตุการณ์ในหนังหลังจากนี้จะเป็นตอนที่โย่วเหิงเหม่อจนเกิดอุบัติเหตุต้องไปโรงพักแล้วโทรให้เจิ้งฉิงไปรับ พอมานอนด้วยกัน โย่วเหิงก็จัดการรวบหัวรวบหางเจิ้งฉิงซะงั้น (กรี๊ดด) >.< เลิฟซีนฉากนี้เราเห็นด้วยกับที่มีคนบอกว่าไม่ใช่เกิดจากความเมาแน่นอน เพราะตอนอยู่ในร้านโย่วเหิงก็ไม่ได้เมา ใน Delete Scene ที่ได้ดูฉากนี้ก็ยังมีอาการปกติไม่ได้เมาอะไรเลย แต่ที่จัดการเพื่อน น่าจะเป็นเพราะทนเก็บความรู้สึกไม่ไหวอีกต่อไป บวกกับความเสียใจที่โดนเจิ้งฉิงตัดรอนมาก่อนหน้านี้ แล้วก็มาเจอภาพบาดตาอีก การแสดงออกมันฟ้องว่าหึงเจิ้งฉิงไม่ได้หึงฮุ่ยเจีย ที่ไปเป็นแฟนฮุ่ยเจียน่าจะเป็นไปตามวัย แต่ใจจริงๆรักเจิ้งฉิงมากกว่า และฮุ่ยเจียเราก็คิดว่าไม่ได้รักโย่วเหิงเท่าไหร่ ยังไงเธอก็ยังรักเจิ้งฉิง แต่มาเป็นแฟนโย่วเหิงเพราะสัญญาที่เคยให้ แล้วก็คงอยากอยู่ใกล้เจิ้งฉิงหรือเหมือนได้สัมผัสเจิ้งฉิงบ้างผ่านทางคนที่เจิ้งฉิงรัก ฮุ่ยเจียน่าจะรู้ด้วยว่าเจิ้งฉิงกับโย่วเหิงรู้สึกยังไงต่อกัน ที่บอกให้เปิดเผยความในใจต่อกัน เลิกเก็บซะทีนั่นแหละ ตามที่กล่าวมา เราขอฟันธงไปเลยว่า พระเอก(โย่วเหิง)รักนายเอก(เจิ้งฉิง)แน่นอน >.< พูดถึงแล้วก็อยากไปดูอีก~~ 12月3日 I'm Sorry, I Love Youชื่อหนัง (เกาหลี/จีน/ญี่ปุ่น) : 미안하다, 사랑한다 / Mianhada, Saranghanda
ชื่อหนังอื่นๆ : MiSa, Sorry But I Love You (YesAsia), I'm Sorry, I Love You
นักแสดง : So Ji Sup, Im Su Jung, Jung Kyung Ho, Suh Ji Young
Directed By : Lee Hyung Min
จำนวนตอน : 16
ประเภท : Romance
ผลิตโดย : Jung Sung Hyo
Written By : Lee Kyung Hee
Year : 2004
ออกอากาศ : 9 พฤศ 2004 - 28 ธัน 2004
ออกอากาศ - เพิ่มเติม : ออกอากาศช่อง SBS ทุกวันจันทร์และวันอังคาร เวลา 21:55 น.
Official Website : http://www.kbs.co.kr/drama/misa/index.html/
ออกอากาศในไทย : 27 กัน 2008
ออกอากาศในไทย - เพิ่มเติม : ทุกวันเสาร์ เวลา 1:30 - 2:00, วันอาทิตย์ เวลา 24:30 - 1:30 ทางช่อง 3
เนื้อเรื่องย่อ (Synopsis) :"รักก็เหมือนกับเกมส์ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าจะต้องเจอกับอะไร?" นี่คือเรื่องราวความรักที่แสนเศร้า หลังจากที่เขาไปร่วมงานแต่งงานของคนรักเก่า และ Song Eun-Chae (Im Soo-Jung) หญิงสาวที่เขาได้ช่วยเหลือไว้จากพวกนักเลงในออสเตรเลีย ผู้ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาและทำให้เขาได้รู้จักความหมายของคำว่ารักอีกครั้ง หลังจากที่เขาถูกแม่ทิ้งเขาก็ได้รับการอุปการเลี้ยงดูจากครอบครัวชาวออสเตรเลียตั้งแต่อายุได้ 2 ขวบ อย่างไรก็ดีเมื่อเขาอายุได้ 10 ขวบเขาก็หนีออกจากครอบครัวนี้เพราะเขากลายเป็นที่รังเกียจของคนในครอบครัว หลังจากนั้นมา Moo Hyuk ก็กลายเป็นพวกนักเลงข้างถนน ที่คนในสังคมรังเกียจ เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกขี้ยา Moo-Hyuk ก็ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปยังเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเพื่อที่จะตามหาแม่แท้ๆ ของเขา เขาเชื่อมั่นว่าเหตุผลหลักที่ทำให้แม่ทิ้งเขาไปก็คือความยากจน แต่ในเวลานี้แม่ของเขากลายไปเป็นดาราชื่อดังที่มีฐานะรํ่ารวย และมีน้องชายของเขาก็กลายเป็นนักร้องยอดนิยม เรื่องราวการแก้แค้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Moo Hyuk ได้พบกับแม่ของเขาอีกครั้ง เขาเข้าใจผิดมาตลอดว่าที่แม่ทิ้งเขาเพราะครอบครัวมีฐานะยากจน แต่ในเมื่อสิ่งที่เขาคิดไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาเห็น การแก้แค้นความผิดในอดีตที่แม่เขาได้ก่อไว้ ก็เริ่มต้นขึ้น Moo Hyuk อาสาสมัครที่จะเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับน้องชายของเขา Choi Yun (Jung Kyung-Ho) และคอยแย่งทุกอย่างที่ Choi Yun รักไป ไม่เว้นแม้กระทั่ง Song Eun-Chae ผู้ดูแลตารางเวลางานให้กับ Choi Yun ซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทของเขา
เจอคำพูดประโยคเดียวของพระเอกเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา (30 พ.ย.) เล่นเอาน้ำตาไหลพราก ๆ เป็นคาแรคเตอร์พระเอกที่ชอบที่สุดเท่าที่เคยเจอมา "ถ้าแม่รู้ว่าผมกำลังจะตาย แม่จะแบ่งน้ำตาที่ไหลเพื่อยุน.....ให้ผมบ้างมั้ย ?" 8月29日 Tokyo Tower แม่ครับ..ผมรักแม่Tokyo Tower แม่ครับ..ผมรักแม่ เรื่องใหม่ของ TPBS วัน พฤหัสฯ - ศุกร์ เวลา 22:10 น. - 23:10 น.
นำเรื่องดี ๆ มาให้ผู้ชมได้ประทับใจในความรักของแม่กันอีกแล้ว
เป็นอะไรที่โคตรจะตรงกับชีวิตของตัวเอง ดูแล้วน้ำตาไหลพราก ๆ เรื่องราวเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนต่างก็เคยเจอกับตัวเองมาก่อน แนะนำให้ดูค่ะ ^^
“Tokyo Tower - แม่ครับ...ผมรักแม่” นั้นได้ถูกสร้างออกทั้งแบบซีรีย์และภาพยนตร์ แต่เนื้อเรื่องก็จะคล้ายกัน ตัดสลับกันไปมาระหว่างเรื่องราวในปัจจุบันและอดีต ของ มาคุงกับแม่ มาคุง เด็กหนุ่มที่ตามความฝันที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่โตเกียว มีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากแม่เลือกที่จะอยู่แยกกับพ่อซึ่งเป็นขาใหญ่ประจำเมือง แม่ของมา ทำงานหนักมากๆ และพยายามจะดูแลมาคุงให้ดีที่สุด แต่เมื่อมาคุงโตขึ้นมา ก็อยากจะเป็นอิสระจากแม่ที่ดูแลทุกอย่างตั้งแต่อาหาร ตื่นนอน หรือ ว่า แมลงสาบในห้อง มาคุงจึงมาเรียนมหาลัยศิลปะที่โตเกียวเพียงลำพัง ได้พบเพื่อน คนมากมาย และสาวจากฮอกไกโด แล้ววันนึง เมื่อมาคุงได้รับข่าวว่า แม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย... "มาคุง" จึงตัดสินใจชวนแม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่โตเกียว หลังจากเส้นทางชีวิตทำให้ต้องแยกจากกันมานาน.... ที่มา Popcornfor2.com,pmanopawitr.spaces.com 5月28日 1 litre of tearsK - Only Human from http://adlina.vox.com/ "ถ้าหกล้มแล้วบังเอิญแหงนหน้ามองท้องฟ้า
วันนี้ท้องฟ้าสีครามก็กำลังส่งยิ้มอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนเช่นเคย ฉัน...ยังมีชีวิตอยู่ อีก 4 วันจะถึงวันจบการศึกษา
ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังช่วยกันพับนกกระสา 1,000 ตัวให้ฉัน ท่าทางที่ช่วยกันพับอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันอยากจะเก็บภาพนั้นไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ เพื่อที่ฉันจะได้ไม่มีทางลืมแม้ว่าเราจะจากกัน แต่ว่า... ฉันก็อยากให้พวกเค้าพูดว่า "อายะจัง อย่าไปเลยนะ" อายุ 15 (อาการเริ่มปรากฎ)
อายุ 18 (นั่งรถเข็น)
อายุ 23 (เดินไม่ได้และต้องใช้ผังตัวอักษรในการสื่อสาร)
เธอเสียชีวิตเมื่ออายุ 25 นั่นคือใช้ชีวิตอยู่กับโรคร้ายถึง 10 ปีเต็ม เข้มแข็งมากๆครับ
ไดอารี่พวกนี้เธอเริ่มเขียนมาตั้งแต่อายุ 15 จนไม่สามารถใช้มือเขียนหนังสือได้อีก และออกตีพิมพ์หลังจากเธอเสียชีวิตไปแล้ว อะไรมันจะเศร้าปานนี้++ เรื่องจากบันทึกจริงของผู้หญิงคนนึงค่ะ ช่วงนี้กำลังฉายอยู่
แนะนำให้ดูเพราะว่าซึ้งมาก ได้ข้อคิดทุกตอนค่ะ
|
|
|